ดิฉันได้ไปเดินซื้อของที่บิ๊กซี สาขาแฟชั่นไอร์แลนด์
ซึ่งได้ไปถึงห้าง เวลาประมาณ 18.30 น.ไปกับอีกครอบครัวหนึ่ง
 
ดิฉันก็ไปกับแฟนและลูก ซึ่งก็เป็นเวลาเย็นแล้ว
ทานสุกี้เสร็จประมาณทุ่มกว่าๆ

ดิฉันก็จะเข้าไปซื้อของที่บิ๊กซีตรงชั้น 1
กับพี่ข้างบ้านและเด็กอีก 3 คน
ส่วนแฟนดิฉันและแฟนพี่ข้างบ้านไปห้องน้ำ
 
ดิฉันซื้อของเยอะเพราะ 1 เดือนจะซื้อของ 1 ครั้ง
พี่ข้างบ้านก็เลยบอกว่างั้นแยกกันเดิน เพราะเค้าซื้อของนิดเดียว
ก็แยกกัน
พี่ข้างบ้านก็ไปกับลูกเค้าและลูกดิฉัน

ส่วนดิฉันได้เดินซื้อของคนเดียว ก็ซื้อของเยอะมาก
ทั้งนม น้ำปลา ฯลฯ คือเข้าล็อกนั้นออกล็อกนี้
จนจะขึ้นไปชั้น 2
เห็นทางห้างวางไข่ไก่ถาด 30 ฟองไว้ตรงทางขึ้นบันไดเลื่อน
ดิฉันก็เลยจอดรถเข็นตรงที่ขายไข่ไก่
แล้วหันข้างให้รถเข็น และเลือกไข่
ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที
เมื่อหันมาจะนำไข่มาใส่รถเข็น

ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวไม่สะอาด
ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงิน ใส่กางเกง 4 ส่วนสีดำ อายุไม่เกิน 30 ปี
ผิวดำแดง ผมหยักโศก มาจับตรงรถเข็นดิฉัน (จับตรงราวจับรถเข็น)
ซึ่งเมื่อเค้าเห็นดิฉันหันมามองก็ปล่อยมือจากรถเข็นของดิฉัน
เค้ามากัน 4 คน มีชาย 2 คน หญิง 1 คน
และเด็กตัวเล็กๆ อายุประมาณ 1 ขวบกว่าๆ 1 คน
แต่ยังอยู่ข้างๆ ดิฉัน
 
ซึ่งดิฉันก็คิดในใจว่า มาจับรถเข็นของฉันทำไม
ซึ่งกว่าที่ดิฉันจะไปจับราวรถเข็นเพื่อเข็นรถเข็นอีก
ก็ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที เพราะต้องจัดใหม่เพื่อเอาไข่วาง
เมื่อจัดรถเข็นเสร็จก็เข็นรถเข็นขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2
 
ดิฉันก็เหลือบมองด้านหลังว่ามีใครตามมาหรือเปล่า
เพราะเริ่มรู้สึกผิดปกติแล้ว
ก็เห็นผู้หญิงคนนี้เดินตามดิฉันขึ้นมาคนเดียว

ดิฉันก็เลยจะโทรหาแฟน เพราะเริ่มรู้สึกไม่ดี
ก็เปิดกระเป๋าเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ เหลือบตามองข้างบน
ปกติจะมีพนักงานของบิ๊กซีช่วยดึงรถเข็น
แต่เวลานั้นประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ไม่มีคนช่วยดึงรถเข็น
ก็เลยคิดว่าเก็บโทรศัพท์ดีกว่า เพราะรถเข็นเราหนัก เดี๋ยวจะฉุกละหุก
และคิดว่าเดี๋ยวขึ้นชั้น 2 แล้วค่อยโทรก็ได้
 
เมื่อขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้น 2 ก็จอดรถเข็นตรงกระบะขายชุดชั้นใน
ผู้หญิงคนนั้นก็เดินผ่านไปนิดนึงแต่ยังเดินป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ดิฉัน

ดิฉันก็โทรศัพท์หาแฟนและพี่ข้างบ้าน
โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติดซักที
ผ่านไปประมาณ 5 นาที
 
ผู้ชายอีกคนกับเด็กก็เข็นรถเข็นขึ้นมาชั้น 2
ผู้ชายคนนี้มีผมสีดอกเลา ไว้หนวด ผอม
ใส่เสื้อกีฬาคอปกสีเหลือง ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลอ่อน
ก็เข็นผ่านมาและผู้หญิงคนนี้ก็เดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้เดินดูของ
จนไปสุดทางเดินและเลี้ยวไป
 
ซึ่งขณะนั้น ดิฉันก็ยังโทรหาแฟนและพี่ข้างบ้านอยู่
ตาก็เหลือบมองพวกเค้าไปเรื่อยๆ เมื่อพวกเค้าเลี้ยวไป

ดิฉันเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเราผิดปกติ จะอาเจียน เป็นลมหน้ามืด
ดิฉันจึงเทสต์ตัวเองด้วยการหยิกที่แขนทั้ง 2 ข้าง
ซึ่งไม่รู้สึกว่าเจ็บเลย
 
ดิฉันจึงคิดว่าถ้าโทรหาแฟน กว่าจะมา ดิฉันคงแย่แน่
จึงวิ่งไปคว้าแขนของพนักงานของบิ๊กซี
แล้วบอกว่า พี่ช่วยหนูด้วย หนูไม่ไหวแล้ว จะเป็นลม จะอาเจียน
พนักงานพาดิฉันไปทานน้ำดื่ม
แล้วดิฉันก็เล่าเหตุการณ์ให้พนักงานท่านนี้ฟัง
 
พนักงานก็บอกดิฉันว่า
สงสัยดิฉันคงไปโดนยาที่ผู้หญิงคนนั้นมาป้ายตรงราวจับรถเข็นให้แล้ว
จึงให้ดิฉันทานน้ำเยอะๆ แล้วนั่งพัก

พนักงานท่านนั้นยังยืนอยู่
ดิฉันก็บอกรูปพรรณของผู้หญิงคนนั้น
พนักงานก็ถามดิฉันว่าใช่ใส่รองเท้าฟองน้ำสีเขียวหรือเปล่า
ดิฉันก็เลยเอียงคอมองแล้วตอบว่าใช่
ผู้หญิงคนนี้เดินไปอ้อมที่ขายเสื้อผ้าผู้หญิง
และอ้อมมาเดินป้วนเปี้ยนแถวๆ รถเข็นที่ฉันจอดทิ้งไว้อยู่
 
ดิฉันก็บอกพนักงานว่าอย่าเพิ่งไปไหนนะ ให้อยู่เป็นเพื่อนก่อน
 
ระหว่างนั้น
ฉันก็โทรหาแฟนจนติดและบอกแฟนว่าให้รีบมา
ไม่ไหวแล้ว จะเป็นลม
แฟนก็รีบมา

ผู้หญิงคนนั้นยังเดินวนหาดิฉันอยู่
 
เมื่อแฟนมา ดิฉันก็เล่าให้ฟัง
แฟนก็เลยเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น
กะจะเข้าไปถามว่า ตามมาทำไม ต้องการอะไร
แต่เดินไปนิดนึง เหลือบตามองเห็น
มีผู้ชายมองอยู่ 2 คน
จึงเดินกลับและบอกว่าไปจ่ายตังค์และกลับกันเถอะ
 
ก็ไปบอกพนักงานฝากดูต่อด้วย

เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็บอกพี่ข้างบ้าน เล่าให้ฟัง
พี่ข้างบ้านจึงชวนกลับ
เมื่อนั่งมาในรถยังรู้สึกอยากอาเจียนอยู่
 
อยากฝากไว้เป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่นได้ทราบว่า
เดี๋ยวนี้ต้องระวัง ไปไหนมาไหน

และได้ถามหมอว่ายาที่โดนเป็นยาอะไร
หมอบอกว่าเป็นสารระเหยชนิดหนึ่ง
ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่จะทำให้เรารู้สึกชา มึนงง จะเป็นลม
 
ช่วยส่งต่อให้เพื่อนที่คุณรักเค้าจะได้ระวังตัว
26-12-55

edit @ 30 Dec 2012 17:01:40 by Madame Wu

Comment

Comment:

Tweet